ถอดรหัส Luxury Real Estate ยุคใหม่
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ แต่หนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง คือ “ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี”
26 สิงหาคม 2026
ถอดรหัส Luxury Real Estate ยุคใหม่
เมื่อ ‘ความหรูหรา’ ไม่ใช่เรื่องของขนาด แต่คือ ‘มูลค่า’ ที่ส่งต่อไม่สิ้นสุด

เจาะกลยุทธ์ ‘Global Insight Advisor’
ชู ‘ศักยภาพ สินทรัพย์ Lifestyle’ ชนะทุกข้อจำกัดตลาด
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ แต่หนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง คือ “ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี”
ท่ามกลางอสังหาฯ ชะลอตัว ทำไม “ตลาดบ้านลักชัวรี” ยังเติบโตต่อ?
ข้อมูลจาก Knight Frank Thailand Research ระบุว่า ตลาดบ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพอย่างกรุงเทพกรีฑา บางนา พระราม 9 ราชพฤกษ์ และปิ่นเกล้า ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อกำลังซื้อสูงที่มองหาที่อยู่อาศัยสำหรับการใช้ชีวิตระยะยาว
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) สะท้อนว่า ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านสินเชื่อและภาระหนี้ครัวเรือนมากกว่าตลาดระดับบน ขณะที่กลุ่มบ้านลักชัวรี ระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อที่มีศักยภาพทางการเงินสูง ทั้งเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง นักลงทุน และครอบครัวที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต
ไลฟ์สไตล์และการตัดสินใจซื้อบ้านสำหรับผู้ซื้อกลุ่มนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดบ้านหรือความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงทำเล ความเป็นส่วนตัว ความสะดวกในการเดินทาง ความใกล้โรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลชั้นนำ ตลอดจนศักยภาพในการรักษามูลค่าของสินทรัพย์ในระยะยาว
‘คุณภาพชีวิต’ จุดขายที่ทรงพลัง

“บ้าน” ไม่ใช่คำตอบเดียวของตลาดลักชัวรี เมื่อผู้ซื้อกำลังเลือก “คุณภาพชีวิต”
สำหรับผู้ซื้อบ้านระดับลักชัวรี การตัดสินใจไม่ได้เริ่มที่ตัวบ้าน หากเริ่มจากบริบททั้งหมดของการอยู่อาศัย ตั้งแต่ความเป็นส่วนตัวของโครงการ การเชื่อมต่อเมือง ไปจนถึงการเข้าถึงโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลระดับพรีเมียม รวมถึงโครงสร้างครอบครัวหลายเจเนอเรชันที่ต้องถูกออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตระยะยาว
โดยกลุ่มผู้ซื้อหลักในตลาดบ้านลักชัวรี ยังคงเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนของไทย
"ลูกค้าลักชัวรีไม่ได้มองแค่บ้าน คอนโดมิเนียม สวย แต่กำลังเลือกสภาพแวดล้อมของชีวิต สังคม การบริการ Concierge Service ในระยะยาว หลายครั้งสิ่งที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่แค่ตัวบ้าน คอนโดมิเนียม แต่คือความมั่นใจว่าที่นั้นจะรองรับชีวิตของเขาและครอบครัวได้อีก 10–20 ปีข้างหน้า"_พจมาน กล่าว,
มุมมองดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของตลาดลักชัวรี จากการออกแบบ “ที่อยู่อาศัย” ไปสู่การออกแบบ “ประสบการณ์ของการอยู่อาศัย” ผ่านการผสานสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ ทำเล โปรดักต์ และบริการ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
เจาะโมเดลความสำเร็จ ‘Global Insight Advisor’ ในตลาดบ้านลักชัวรี
เมื่อภาพรวมพฤติกรรมของกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ทั่วโลกและในประเทศไทย ไม่ได้ตัดสินใจซื้อจาก “ขนาดของบ้าน” หรือ “ความหรูหราของวัสดุ” เป็นหลัก แต่มองหา “Total Lifestyle Solution” และ “Asset Preservation” (การรักษามูลค่าสินทรัพย์) ระยะยาว
ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ของ “พจมาน วรกิจโภคาทร” หุ้นส่วนและหัวหน้าส่วนงานบริหารงานขายโครงการ ฝ่ายที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการลักชัวรีไม่ได้เริ่มต้นในวันที่โครงการเปิดขาย แต่เริ่มตั้งแต่วันที่เจ้าของโครงการมีเพียง “ที่ดิน” โดยทีมที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัยได้พัฒนาโมเดลการทำงานแบบครบวงจร
ภายใต้แนวคิด “Global Insight Advisor” ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพที่ดิน การกำหนดกลยุทธ์พัฒนาโครงการ การวางตำแหน่งทางการตลาด การพัฒนาโปรดักต์ ที่ตรงกับ Lifestyle กลุ่มลูกค้า High End การตั้งราคา ทำให้ทีมสามารถทำงานร่วมกับผู้พัฒนาโครงการได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการบริหารงานขายและส่งมอบโครงการ เพื่อวางรากฐานให้โครงการตอบโจทย์ตลาดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
"ความเชี่ยวชาญของเราไม่ได้เริ่มวันที่โครงการเปิดขาย แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ดีเวลลอปเปอร์ยังมีเพียงที่ดินผืนหนึ่ง เราจะช่วยวิเคราะห์ว่า ทำเลแบบนี้ควรพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยรูปแบบใด กลุ่มลูกค้าคือใคร และราคาเท่าไรจึงเหมาะสมกับตลาดจริง เพราะสำหรับตลาดลักชัวรี หากวางทำเลและโปรดักต์ได้ถูก กับ Lifestyle กลุ่มลูกค้า High End ตั้งแต่ต้น การปิดการขายจะง่ายขึ้นทันที"_พจมาน กล่าว,
หนึ่งในตัวอย่างคือ KingsQuare Residence คอนโดมิเนียมลักชัวรีใกล้โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพฯ ย่านพระราม 3 ซึ่งทีมที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัยมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางกลยุทธ์โครงการ โดยออกแบบสัดส่วนยูนิตให้เน้นห้องขนาดใหญ่แบบ 2 - 4 ห้องนอน เพื่อตอบโจทย์ Lifestyle ครอบครัวระดับ High End ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตเสมือนบ้านใจกลางเมือง กับการเข้าใจ Insight ที่จะพัฒนา Product ที่ตอบโจทย์ในทุกมิติ ส่งผลให้โครงการสามารถปิดการขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยยูนิตที่ได้รับความนิยม อยู่ที่ระดับราคาประมาณ 25 ล้านบาท 50 ล้านบาท จนถึงเพนต์เฮาส์เกือบ 100 ล้านบาท ในโครงการนี้
นอกจากการวางกลยุทธ์ด้านการตลาดและการขายแล้ว ทีมงานยังดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การประสานงานสินเชื่อ การตรวจรับบ้าน การโอนกรรมสิทธิ์ ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว
มูลค่าพอร์ต 57,000 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์ตลาดระดับบนที่ยังเติบโต
ประสบการณ์ทีมที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัยของไนท์แฟรงค์ ที่รับผิดชอบดูแลโครงการลักชัวรีรวมกว่า 20 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 57,000 ล้านบาท ครอบคลุมตลาดในกรุงเทพฯ และภูเก็ต สะท้อนถึงศักยภาพในการดูแลตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมระดับบนอย่างครบวงจร
โดยผลงานที่ ไนท์แฟรงค์ ดูแลโครงการทั้งในอดีต และปัจจุบัน อาทิ โครงการคอนโดมิเนียม KingsQuare Residence พระราม 3 โครงการมิกซ์ยูสระดับลักชัวรีใกล้โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ, The Crown Residences ตรงข้าม One Bangkok, Hyde Heritage ทองหล่อ, โครงการ Oriental Residence ถนนวิทยุ, The Crest สุขุมวิท 34, M Phayathai, Watermark Chaophraya, Royce Private Residences, Equinox, Marque

นอกจากนี้ มีโครงการบ้านหรูทั้งโซนตะวันออก และโซนตะวันตกของกรุงเทพ อาทิ Malton Gate กรุงเทพกรีฑา, Baan Issara บางนา,Monsane Exclusive Villa ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า



ตลาดลักชัวรีในภูเก็ต ทีมงานดูแลโครงการ Amari Phuket และปัจจุบันได้มีการดูแลโครงการ Serrana Phuket วิลล่าริมทะเลสาบแบบ Private Pool Villa ในระดับราคา 42-69 ล้านบาท ที่ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดีจากตลาดกลุ่มเป้าหมาย จากจุดเด่นของโครงการที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการพักผ่อนเสมือนอยู่ในรีสอร์ตในทุกวัน พร้อมวิวทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากทุกยูนิต

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังอยู่ในช่วงปรับตัว แต่ตลาดลักชัวรียังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านทำเล โปรดักต์ และประสบการณ์การอยู่อาศัยได้อย่างครบถ้วน
ตอกย้ำความสำเร็จ ‘ไนท์แฟรงค์’
ไนท์แฟรงค์ กับเส้นทางความสำเร็จจากการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของผู้ซื้อ ศักยภาพของทำเล และเป้าหมายทางธุรกิจของเจ้าของโครงการ
"ตลาดลักชัวรีไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่บ้านที่สวยที่สุด แต่คือบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาได้ดีที่สุด หน้าที่ของเราคือการทำความเข้าใจทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อ เพื่อสร้างโปรดักต์ที่เหมาะสมในทำเลที่เหมาะสม และส่งมอบคุณค่าระยะยาวให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" _พจมาน กล่าว,
รายละเอียดโครงการที่อยู่อาศัยที่เราดูแลและช่องทางติดต่อ > คลิก