มาตรา 73 พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมฯ เรื่องสำคัญที่เจ้าของอาคารและนิติบุคคลต้องจัดการให้ถูกต้อง
22 พฤษภาคม 2026
เจาะลึก “มาตรา 73” พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมฯ เรื่องสำคัญที่เจ้าของอาคารและนิติบุคคลต้องจัดการให้ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการอาคาร ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม อาคารชุด หรือห้างสรรพสินค้า สิ่งหนึ่งที่กฎหมายให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสีย
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาบ้าง แต่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับ “มาตรา 73” ว่าบทบัญญัตินี้กำหนดหน้าที่อะไรที่คนทำตึกต้องทำบ้าง วันนี้เราจะมาสรุปเนื้อหาสำคัญและ Check-list สิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติ เพื่อให้อาคารของคุณดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หากแปลภาษากฎหมายให้เข้าใจง่ายที่สุด มาตรา 73 เป็นข้อกำหนดที่ระบุถึง “การควบคุมและกำกับดูแลผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย” รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการเดินระบบบำบัดมลพิษ
กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ทุกสถานประกอบการที่มีการระบายน้ำทิ้ง ออกมาตรการรองรับที่จับต้องได้ โดยจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญคอยดูแลระบบอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แค่ติดตั้งเครื่องจักรทิ้งไว้เฉยๆ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทุกหยดที่ระบายออกจากอาคารสู่สาธารณะ จะผ่านการบำบัดจนได้มาตรฐานความปลอดภัยจริงตามที่รัฐกำหนด
3 สิ่งสำคัญที่อาคารและสถานประกอบการ "จำเป็นต้องทำ"
เพื่อให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของข้อกฎหมายและระบบบริหารจัดการมลพิษ (Effluent Pollution Control หรือ EPC) ของกรมควบคุมมลพิษ นี่คือภารกิจสำคัญที่ฝ่ายบริหารอาคารต้องดำเนินการให้ครบถ้วนครับ:
1. แต่งตั้งและขึ้นทะเบียน "ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย" ให้ถูกต้อง
อาคารหรือแหล่งกำเนิดมลพิษตามประเภทที่กฎหมายกำหนด จะต้องมีการแต่งตั้ง "ผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย" (ซึ่งอาจเป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อม บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่เป็นบริษัทรับจ้างดูแลระบบ) ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง และต้องนำรายชื่อนั้นมาผูกเข้ากับโปรไฟล์อาคารในฐานข้อมูลระบบ EPC ของกรมควบคุมมลพิษ
2. จัดทำสมุดบันทึกสถิติรายวัน (แบบ ทส. 1)
ทีมช่างอาคารหรือผู้ดูแลหน้างาน จะต้องมีการจดบันทึกข้อมูลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียในทุกๆ วัน โดยข้อมูลหลักๆ ที่ต้องบันทึกประกอบด้วย:
- ปริมาณน้ำใช้ และปริมาณน้ำทิ้งที่ระบายออกในแต่ละวัน
- บันทึกสถานะการทำงานของเครื่องจักร (เช่น เครื่องเติมอากาศ ปั๊มสูบตะกอน)
- ปริมาณกระแสไฟฟ้า หรือสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการบำบัด
- หมายเหตุ: สมุดบันทึก ทส. 1 นี้ต้องเก็บรักษาไว้ที่สถานประกอบการ เพื่อพร้อมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเรียกตรวจได้ตลอดเวลา
3. ยื่นรายงานสรุปประจำเดือน (แบบ ทส. 2) พร้อมผลตรวจน้ำ (Lab)
ทุกๆ สัปดาห์หรือทุกๆ เดือน อาคารจะต้องทำการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งส่งตรวจกับห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่ได้รับการรับรอง เพื่อวิเคราะห์ค่าน้ำต่างๆ เช่น ค่า BOD, COD, หรือสารแขวนลอย (TSS) จากนั้นให้นำข้อมูลจากสมุดบันทึก ทส. 1 และใบรายงานผล Lab มารวบรวมและกรอกส่งผ่านระบบออนไลน์ EPC ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เป็นประจำทุกเดือน
การปฏิบัติตามข้อกำหนดและแนวทางของมาตรา 73 ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามหน้าที่เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ไปในแต่ละเดือนเท่านั้น แต่หากมองในมุมของการบริหารจัดการอาคารในระยะยาว สิ่งนี้คือเครื่องมือสำคัญที่สร้าง "ข้อดีและผลประโยชน์" ให้กับองค์กรและส่วนรวมอย่างมหาศาล ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าซ่อมบำรุงระบบ สร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ลดข้อพิพาทและปัญหาร้องเรียนจากชุมชนรอบข้าง ร่วมปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พลิกมุมมองจากการทำเอกสารส่งรัฐ ให้กลายเป็นการวางรากฐานการบริหารอาคารอย่างมืออาชีพ การใส่ใจและปฏิบัติตามแนวทางนี้อย่างต่อเนื่อง คือการลงทุนที่คุ้มค่าและสร้างประโยชน์กลับคืนสู่องค์กรของคุณในทุกๆ มิติ
หากคุณหาบริการผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย เรามีทีมวิศวกรสิ่งแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมควบคุมมลพิษ พร้อมเข้าจัดการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของอาคารคุณแบบครบวงจร สนใจสอบถามได้ที่นี่