ทางการค้า
ทางการค้า
ทางการค้า
บุคลากร
บุคลากร
บุคลากร

ทีมงานของเราประกอบด้วยบุคลากรมากกว่า 20,000 คน ปฏิบัติงานในสำนักงานกว่า 600 แห่งในกว่า 50 ตลาดทั่วโลก

ข้อมูลเชิงลึก
ข้อมูลเชิงลึก
ข้อมูลเชิงลึก

ติดตามแนวโน้มตลาดและข่าวสารในวงการผ่านบทวิเคราะห์เชิงลึกและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญของเรา

การจัดการก๊าซเรือนกระจกในไทย: การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและแนวทางการลดผลกระทบ

การจัดการก๊าซเรือนกระจกในไทย: การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและแนวทางการลดผลกระทบ

ก๊าซเรือนกระจก (GHG) คือ ก๊าซที่มีความสามารถในการกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ในบรรยากาศ และจะปล่อยความร้อนบางส่วนออกไปเพื่อไม่ให้ร้อนมากเกินไป แต่บรรยากาศในปัจจุบันมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ จึงทำให้ความร้อนส่วนเกินไม่สามารถระบายออกจากชั้นบรรยากาศของโลกได้

1 min read

ก๊าซเรือนกระจก (GHG) คือ ก๊าซที่มีความสามารถในการกักเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้ในบรรยากาศ และจะปล่อยความร้อนบางส่วนออกไปเพื่อไม่ให้ร้อนมากเกินไป แต่บรรยากาศในปัจจุบันมีปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ จึงทำให้ความร้อนส่วนเกินไม่สามารถระบายออกจากชั้นบรรยากาศของโลกได้ และเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า “Global Warming” ในปัจจุบันก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆสามารถตรวจวัดได้ จึงเรียกค่านี้ว่า “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” โดยมีหน่วยเป็น “ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า”

ปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการนำมาตรฐานสากลมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็น GHG Protocol, IPCC และ ISO14064 โดยมีหน่วยงาน “องค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.)” คอยดูแลและกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

GHG Protocol คือมาตรฐานการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาครัฐและเอกชน พัฒนาโดย World Resource Institute (WRI) เป็นการกำหนดมาตรการรายงานให้มี 3 scope ก็คือ (ไทยยึดตัวนี้เป็นหลักก็คือมี 3 scope เหมือนกัน)

  • Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร
  • Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานที่นำเข้ามาจากหน่วยงานภายนอกองค์กร
  • Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ

IPCC เป็นหน่วยงานที่สรุปเกี่ยวกับปัจจัยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบและความเสี่ยงในอนาคต ตลอดจนวิธีที่การปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบสามารถเกิดขึ้น และลดความเสี่ยงเหล่านั้น

ISO14064-1 เป็นมาตรฐานการรรายงานเช่นกัน โดยจะแบ่งเป็น 6 category

  • ประเภทที่ 1: การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร
  • ประเภทที่ 2: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการนำเข้าพลังงานมาใช้
  • ประเภทที่ 3: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการขนส่ง
  • ประเภทที่ 4:  การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากผลิตภัณฑ์ที่องค์กรใช้
  • ประเภทที่ 5: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้ผลิตภัณฑ์ขององค์กร
  • ประเภทที่ 6: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากแหล่งอื่นๆ

 

CBAM คือมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (เป็นมาตรการกีดกันทางการค้า) ซึ่งเป็นการกำหนดราคาสินค้านำเข้าเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเข้ามาใน EU ในสินค้า 5 กลุ่มที่มีความเสี่ยงที่มี GHG สูง ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า ซีเมนต์ กระแสไฟฟ้า ปุ๋ย และอลูมิเนียม ซึ่ง CBAM เป็นแรงกดดันทางอ้อมให้ผู้ผลิตสินค้าในประเทศหันมาปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและลดการปล่อยGHG ลง หรือหันมาลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถแข่งขันและเข้าสู่ตลาด EU ได้

 

คาร์บอนเครดิต คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ดูดซับ ได้จากการปลูกป่าหรือการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งมีความสำคัญตรงที่สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและนำมาขายให้กับองค์กรที่มีความต้องการและ

เป็นกำไรต่อไปได้ เช่น

บริษัท: บริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซของตนเองและปฏิบัติตามกฎหมายหรือมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

ประเทศ: ประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินเป้าหมายสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตจากประเทศที่มีการลดการปล่อยก๊าซมากกว่าที่กำหนดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

บุคคล: บุคคลทั่วไปสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินทางทางอากาศหรือการใช้พลังงานในบ้าน

 

การทำให้ Carbon Neutral ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่ลงมือทำก็เป็นไปได้ หลักการคือ ถ้าเราปล่อยคาร์บอนเท่าไหร่ ก็สามารถไปซื้อคาร์บอนส่วนเกินของคนอื่นมาชดเชย หรือ การปลูกป่าชดเชยเองได้กลับกัน การเป็น Net Zero จะต้องเปลี่ยนกระบวนการที่ก่อคาร์บอนเยอะ ให้น้อยลง จนเข้าใกล้ศูนย์ไปเอง โดยที่ไม่ต้องซื้อคาร์บอนของใครมาทดแทน เช่น การเปลี่ยนการผลิตไฟฟ้าของประเทศให้เป็นพลังงานสะอาด เป็นต้น

 

การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เชื่อมโยงกับ Net zero emission โดยตรง เพราะการประเมินนี้ช่วยให้องค์กรเข้าใจปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ตนเองปล่อยออกมา และจากนั้นสามารถวางแผนและดำเนินการในทิศทางที่จะลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้เป็น Net zero emission ได้

 

กลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด 4 อันดับแรกคือ

            1. ภาคพลังงานและการขนส่ง การผลิตน้ำมัน และ natural gas

            2. ภาคการเกษตร

            3. ภาคกระบวนการทางอุตสาหกรรม

            4. ภาคการจัดการของเสีย เช่น การจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสีย

 

หากคุณกำลังมองหา ผู้ช่วยในด้าน ESG เรามีบริการ ดังนี้

  • ทีมผู้เชี่ยวชาญ ESG มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษา
  • โซลูชั่น ESG ที่ครอบคลุม และตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร ธุรกิจ และนักลงทุน
  • เครือข่ายพันธมิตรที่กว้างขวาง ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงทรัพยากร และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

📌 รายละเอียดบริการเพิ่มเติม: https://bit.ly/3VjEIQH

ติดต่อเรา

วีรวิทย์ กาญจนเทียมเท่า

ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนภาคธุรกิจอาวุโส

โทร. 089 893 4781

อีเมลล์: veeravit.kanjanathiemthao@th.knightfrank.com

 

รายละเอียดของคุณ

ขอบคุณ
ที่ติดต่อเรา

ทีมงานของเราจะติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุดเพื่อหารือเกี่ยวกับคำสอบถามของคุณ

เราหวังว่าจะได้พูดคุยกับคุณในเร็ว ๆ นี้

ความเป็นส่วนตัวของคุณ

เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประมวลผลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ข้อมูลของคุณจะถูกรวบรวมและใช้งานตาม ข้อกำหนดและเงื่อนไข และ นโยบายความเป็นส่วนตัวระดับโลก ของเรา.

เว็บไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย reCAPTCHA และอยู่ภายใต้ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อกำหนดในการให้บริการ ของ Google

ขออภัย!
เกิดข้อผิดพลาดที่ไม่คาดคิดขึ้น

โปรดลองอีกครั้งในภายหลัง

กำลังส่งข้อความ
กำลังส่งข้อความ