ตลาดพื้นที่สำนักงาน ไตรมาสที่4 ปี2566
ตลาดอาคารสำนักงานยุคหลังการแพร่ระบาดกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การออกแบบใช้สอยที่มีคุณภาพสูงและเน้นถึงคุณภาพองค์รวมที่ดี
05 มีนาคม 2024

เศรษฐกิจภาพรวม
ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ยังคงฟื้นตัวช้า อัตราการเติบโตปี 2566 อยู่ที่ 2.4% การบริโภคภาคเอกชนยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยได้รับแรงหนุนจากภาคบริการและรายได้แรงงานที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวเริ่มชะลอตัวเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ การลงทุนคงที่เติบโตปานกลาง ในขณะที่รายจ่ายภาครัฐหดตัวลงอย่างมากเนื่องจากมาตรการบรรเทาทุกข์จากโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้สิ้นสุดลง นอกจากนี้ความล่าช้าในการอนุมัติ พ.ร.บ. รายจ่ายงบประมาณประจำปี 2567 มีแนวโน้มทำให้การลงทุนภาครัฐลดลงจนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2567 ประเทศไทยมีบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากการส่งออกสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น แซงหน้าการนำเข้าที่ลดลง
ในด้านเสถียรภาพทางการเงิน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปี 2566 อยู่ที่ 1.3% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 2% อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงนี้เป็นผลจากฐานที่สูงจากปีที่แล้ว ประกอบกับรัฐบาลใช้เงินอุดหนุนพลังงานเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ราคาอาหารจะสูงขึ้นเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และอาจทวีความรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันทำให้ระดับราคาสูงขึ้นในปี 2567 นอกจากนี้การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เห็นได้ชัดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่เพิ่มขึ้นของภาคธนาคารจาก 2.6% ในปี 2565 เป็น 3.1% ในปี 2566 ด้วยเหตุนี้ เงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวดจะจำกัดการลงทุนใหม่ และการขยายธุรกิจของภาคเอกชน
ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ (BSI) ประจำเดือนธันวาคม 2566 คงตัวที่ 41.9 ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อน ความเชื่อมั่นในยอดสั่งซื้อและการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่ดัชนีการจ้างงานและการลงทุนลดลง ในขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 1.3 จุดเป็น 53.9 โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการผลิต และผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัท

อ่านรายงานวิจัยฉบับเต็มได้ ที่นี่